Categories
Uncategorized

ธนาคารแห่งประเทศไทย ดำเนินมาตรการ ป้องกันเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง

ธปท. เริ่มดำเนินมาตรการ ป้องกันเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง

สวัสดีค่ะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคปัจจุบันหลายคนหันมาสนใจในเรื่องของเศรษฐกิจของประเทศไทยมากยิ่งขึ้นเนื่องจากความเป็นอยู่และปัญหาปากท้องของประชาชน อีกทั้งเนื่องจากในช่วงต้นปีที่ผ่านมาหลากหลายประเทศทั่วโลกยังได้เผชิญหน้ากับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 เรียกได้ว่าส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและปัญหาต่างๆที่ตามมาอย่างมากมาย

ทำให้ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีความเห็นควรดำเนินการตามมาตรการป้องกันเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องหลังจากที่มีเงินทุนไหลเข้าจากการซื้อสุทธิในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทย โดยฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศธนาคารกรุงเทพได้มีการรายงานว่าสภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดเงินตราระหว่างประเทศ ระหว่างวันที่ 16-20 พฤศจิกายน 2553 ที่ผ่านมาค่าเงินบาทเปิดตลาดตั้งแต่เช้าวันจันทร์ (16 พ.ย.) อยู่ที่ 30.15-30.16 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อช่วงอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายนอยู่ที่ระดับ 30.17-30.18 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

อีกทั้งหน่วยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ท่ามกลางความวิตกกังวลในเรื่องของปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ที่ส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้เงินดอลลาร์ยังถูกกดดันหลังจากที่นายเจอโรม พาลเวล ประธานธนาคารกลางแห่งสหรัฐได้ออกมากล่าวถึงยอดผู้ติดเชื้อโควิดที่พุ่งขึ้นทั่วประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นการขัดขวางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เริ่มขึ้น

โดยค่าเงินบาทได้ปรับตัวอ่อนค่าหลังจากประชุมนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไท ยโดยคณะกรรมการนโยบายการเงินมีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ย นโยบายอยู่ที่ 0.50% ตามที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อีกทั้งธนาคารแห่งประเทศไทยยังได้ออกประกาศมาตรการเพื่อลดแรงกดดันต่อภาวะแข็งค่าของเงินบาทและการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างให้กับตลาดอัตราแลกเปลี่ยนไทย ที่จะช่วยให้เงินทุนสามารถเคลื่อนย้ายมีความสมดุลมากยิ่งขึ้น

โดยเปิดให้คนไทยสามารถฝากเงินตราต่างประเทศและโอนเงินระหว่างบัญชี FCD ของคนไทยได้เสรี เพื่อให้ผู้ส่งออกบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศและความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้คล่องตัวมากขึ้น พร้อมทั้งปรับกฎเกณฑ์และกระบวนการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศโดยเพิ่มวงเงินลงทุนให้นักลงทุนรายย่อยลงทุนโดยตรงได้ไม่เกิน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งอย่างไรต้องติดตามในส่วนของสถานการ์ณค่าเงินและอัตราแลกเปลี่ยนภายในประเทศกันต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก www.prachachat.net

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *