Categories
Uncategorized

ราคาทอง มีโอกาสอ่อนลง แต่ระยะยาวยังคงเป็นบวก

ราคาทอง ในอนาคตจะไปในทิศทางไหน

สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันที่หลากหลายประเทศทั่วโลกยังต้องพบเจอกับปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ไปจนถึงปัญหาเศรษฐกิจ โดยบริษัทวายแอลจีได้มีการเปิดเผยว่าราคาทองในช่วงตรุษจีน ยังคงพักฐานเหมาะเป็นโอกาสแก่การหาซื้อเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลตรุษจีนและวาเลนไทน์ นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่าราคาทองยังคงเพิ่มสูงมากขึ้นในระยะยาว

โดยนางนางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) ผู้นำเข้าและส่งออกทองคำแท่งรายใหญ่ของประเทศไทย ได้มีการเปิดเผยว่าในช่วงตรุษจีนถึงแม้ราคาทองคำจะไม่คึกคักเช่นปีที่ผ่าน ๆ มาเพราะยังไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญไปได้แต่การที่ราคาทองคงอยู่ในระดับต่ำนั้นสามารถสร้างความคึกคักในช่วงเทศกาลตรุษจีนได้เป็นอย่างดีทำให้ผู้คนสนใจหาซื้อทองเพื่อมอบเป็นของขวัญให้แก่คนพิเศษได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

แล้วราคาทองในช่วงนี้เริ่มมีแรงซื้อเพิ่มเข้ามามากขึ้นจากข่าวการกระตุ้นเศรษฐกิจของนายโจไบเดน ประธานาธิบดีประเทศสหรัฐอเมริกาจำนวน 1.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีการอ่อนค่าลงและมีเงินไหลเข้าสู่สินทรัพย์อื่นๆรวมถึงทองคำได้มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังมองว่าราคาทองคำและการเลือกซื้อทองคำถือเป็นทางเลือกระยะยาวในการกระจายความเสี่ยงและว่าในระยะสั้นอาจจะต้องมีการระมัดระวังสำหรับราคาทอง ในประเทศหากมีการปรับราคาลงมาในระดับราคา 25,000 บาทถึง 25,500 -25,600 บาทต่อบาท  ทองคำก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับงานเก็บสะสม

อ้างอิง : https://www.thairath.co.th/business/investment/stockexchange/2030995

Categories
Uncategorized

KTC เตรียมซื้อหุ้นในเคทีบี ลีสซิ่ง ลุยตลาดสินเชื่อ 2564

เคาะแล้ว KTC เตรียมซื้อหุ้นในเคทีบี ลีสซิ่ง

ในปัจจุบันหากพูดถึงตลาดธุรกิจสินเชื่อไปจนถึงผลิตภัณฑ์ธุรกรรมทางการเงินต่างๆ KTC ถือได้ว่าเป็นบริษัทใหญ่ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าหลากหลาย โดยล่าสุดได้มีการอนุมัติให้ KTC เข้าซื้อหุ้น เคทีบี ลีสซิ่ง ธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์สัดส่วน 75.0 5% จากธนาคารกรุงไทยด้วยมูลค่าลงทุน 5,904.396 ล้านบาท เตรียมพร้อมการขยายธุรกิจในอนาคต และสร้างโอกาสผู้นำธุรกิจสินเชื่อครบวงจร โดยจะมีการมติอนุมัติผู้ถือหุ้นภายในเดือนเมษายน 2564

KTC ได้มีการเปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้มีการอนุมัติให้บริษัทเข้าลงทุนในบริษัทกรุงไทยธุรกิจลิสซิ่งจำกัดหรือ เคทีบี ลีสซิ่ง ธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ในเครือธนาคารกรุงไทย ด้วยการซื้อหุ้นสามัญจำนวน 75,050,000 หุ้น คิดเป็น 75.0 5% ในขณะที่ธนาคารกรุงไทยยังคงถือหุ้นในสัดส่วน 24.95%

สำหรับเหตุผลในการเข้าซื้อ เคทีบี ลีสซิ่ง ครั้งนี้เนื่องจากเห็นว่าเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตมีสาขาบริการตั้งอยู่ในหัวเมืองหลักของภูมิภาคในประเทศไทยหลากหลายแห่ง และยังสามารถทำธุรกิจเช่าซื้อและลิสซิ่งได้ทุกประเทศจะช่วยเติมเต็มการสร้างโอกาสให้ KTC สามารถแตกไลน์ธุรกิจสินเชื่อให้มีความกว้างขวางและครอบคลุมรวมถึงครบวงจรได้มากยิ่งขึ้น และจะสามารถต่อยอดจากสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ KTC พี่เบิ้ม เพื่อทำธุรกรรมได้ครบวงจรโดย KTC จะมีการเริ่มทำธุรกิจสินเชื่อมีหลักประกันตั้งแต่ในช่วงปลายปี 2563 ที่ผ่านมา รายการลงทุนใน เคทีบี ลีสซิ่ง จะทำให้บริษัทได้ฐานลูกค้าเพิ่มมาอีกหนึ่งกลุ่มและพันธมิตรธุรกิจที่จะก่อให้เกิดผลึกกำลังสำคัญประกอบกับ จุดแข็งของ KTC ในการจัดการบริหารต้นทุนและบริหารคุณภาพพอร์ตลูกหนี้ โดยการนำเทคโนโลยีมาใช้ในระบบปฏิบัติการต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพไปจนถึงการมองศักยภาพของทีมบริหารบุคลากรและผู้แนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ที่จะช่วยพัฒนาองค์กรให้มีความแข็งแกร่งและยั่งยืนได้มากยิ่งขึ้นในระยะยาว

อ้างอิง KTC

Categories
Uncategorized

หุ้น OR เทรดวันแรกราคาปิดอยู่ที่ 29.25 บาท

หุ้นน้ำมัน OR ราคาพุ่งปิดวันแรกสูงถึง 29.25 บาท

ในปัจจุบันสถานการณ์การของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยยังเรียกได้ว่ามีความขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ไปจนถึงรูปแบบการลงทุนและการใช้จ่ายภายในประเทศ ซึ่งทางด้านบริษัทปตท. น้ำมันและการค้าปลีกจำกัดมหาชน หรือ หุ้น OR หุ้นที่มีการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันนี้เป็นวันแรกพบว่าราคาเปิดการซื้อขายอยู่ที่ 26.50 บาทและปรับขึ้น 47.2 เปอร์เซ็นต์ จากราคาจองซื้อที่ 18.00 บาทโดยราคาหุ้นสูงสุดอยู่ที่ 29.50 บาท และราคาต่ำสุดอยู่ที่ 22.10 บาท โดยปิดการซื้อขายที่ 29.95 บาทเพิ่มขึ้น 62.50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งน้ำมูลค่าการซื้อขายได้มากกว่า 47,360,571.72 ล้านบาท

ถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่สำหรับหุ้น OR และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยถือเป็นหุ้นที่มีการทำการจองซื้อหุ้นสูงที่สุดในตลาดหุ้นประเทศไทย ด้วยจำนวนกว่า 50 รายการหลังจากที่ได้ทำการซื้อขายเป็นวันแรกโดยการจดทะเบียนเข้าในตลาดหลักทรัพย์

นอกจากนี้ยังได้มีแผนที่จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปขยายเครือข่ายสถานีน้ำมันขยายธุรกิจสำหรับการตลาดพาณิชย์และลงทุนในคลังเก็บผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม รวมถึงศูนย์กระจายสินค้าขยายเครือข่ายร้านค้าปลีก และการลงทุนธุรกิจในต่างประเทศ รวมถึงจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อกิจการโออาร์และบริษัทย่อย ซึ่งการเข้ามาซื้อขายในตลาดหุ้นของโอเอจะช่วยรักษาสถานะความเป็นผู้นำและการดำเนินธุรกิจกลายเป็นแบรนด์ไทยชั้นนำระดับโลกในด้านการดำเนินธุรกิจน้ำมันและธุรกิจค้าปลีกรวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

Categories
Uncategorized

หุ้นไทยปี 64 ยังไปต่อได้ แม้เผชิญการระบาดของโควิด-19 รอบใหม่

ตลาดหุ้นไทยยังสามารถไปต่อได้แม้เผชิญโควิดรอบ 2

สถานการณ์ตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นโลกในปัจจุบัน เรียกได้ว่าหลากหลายประเทศยังต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ระลอกใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก รวมถึงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมัน เงินทุนหรือแม้แต่ราคาทองคำแท่งก็ตาม เนื่องจากวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ที่กระจายไปทั่วโลกทำให้ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงอย่างรุนแรงเรียกว่าอยู่ในจุดต่ำสุดในรอบ 11 ปี

ถึงแม้ว่าสถานะการตลาดหุ้นทั่วโลกในขณะนี้จะกลับดีดขึ้นมาเข้าสู่สถานการณ์ปกติ และเศรษฐกิจเริ่มมีการฟื้นตัวเพิ่มมากขึ้นแต่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ยังคงมีความรุนแรง ทำให้หลากหลายธุรกิจนั้นถึงขั้นล้มละลายแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ายังมีการสร้างโอกาสใหม่ๆ สำหรับธุรกิจอีกหลากหลายรูปแบบที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตรูปแบบ New Normal เพื่อรับสถานการณ์ covid-19 กันมากยิ่งขึ้น

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยในปี 2564 นี้ ผู้เชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์ได้มีการวิเคราะห์ตลาดหุ้นไทยในปี 2564 นี้ว่าควรจัดสรรเงินลงทุนในตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 50% เพราะว่าราคาหุ้นไทยนั้นยังมีราคาไม่สูงแต่ก็ยังมีโอกาสกลับมาปรับตัวเพิ่มมากขึ้นโดย 30% ควรนำไปจัดสรรลงทุนในหุ้นต่างประเทศโดยเน้นไปที่ธุรกิจ Mega Trend ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีต่างๆที่เน้นนวัตกรรมทางการแพทย์สมัยใหม่ และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตแบบ New Normal

เศรษฐกิจโลกเริ่มเข้าสู่สภาวะฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ ได้มีการปรับประมาณการเติบโตของ GDP โลกปี 64 ปรับขึ้นเป็น 5.2% ถือได้ว่าเป็นอัตราขยายตัวสูงสุดในรอบ 10 ปีและมีโอกาสปรับขึ้นอีกถ้าหากบริษัทยาต่างๆ ได้มีการผลิตยาต้านวัคซีน covid-19 ขึ้นมาได้มากขึ้นและเร็วมากยิ่งขึ้น โอกาสฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกก็จะดีขึ้นตามไปด้วย

แต่ก็ยังมีอีกหลายคำถามเนื่องจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดถือเป็นปัจจัยเสี่ยงในปี 2564 ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพราะว่าโอกาสการแพร่ระบาดในรอบ 3 รอบ 4 จะมีตามมาได้ในอนาคตและจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นขนาดไหน บวกกับวัคซีนต้าน covid จะมีความประสบความสำเร็จในการควบคุมการระบาดทั่วโลกได้มากน้อยหรือไม่ เนื่องจากเม็ดเงินจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นจะสามารถกระตุ้นกำลังซื้อของประชาชนในประเทศได้มากแค่ไหน รวมถึงแบงก์ชาติจะสามารถจัดการกับปัญหาค่าเงินบาทแข็งได้อย่างไร เพราะประเด็นเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นในประเทศไทยทั้งสิ้น

อ้างอิง https://www.thairath.co.th/business/investment/stockexchange/2005856