Categories
นักลงทุน

หนังสือนักลงทุนมือใหม่ ที่คุณควรอ่านเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ!

หนังสือเกี่ยวกับการลงทุน เล่มไหนดี ?

‘การเล่นหุ้น’ ไม่ได้เป็นกระแสที่เพิ่งได้รับความนิยม แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจตอนนี้ จึงทำให้หลายคนนำเงินที่มีอยู่มาลงทุนเพื่อหวังกำไรในระยะยาว แต่ก็มีคนอยู่ไม่น้อยที่ยังกล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะลงสนาม เพราะยังไม่กล้ารับความเสี่ยงที่จะตามมา แต่จริง ๆ แล้วการเริ่มต้นลงทุนอะไรสักอย่าง ก็เหมือนกับการที่เราเริ่มต้นการฝึกสิ่งที่ไม่ถนัด อาจมีพลาดบ้าง ล้มบ้าง แต่ในอนาคตเราก็มีบาดแผลคอยเตือนว่าสิ่งไหนทำได้ หรือสิ่งไหนทำไม่ได้

วันนี้เราจึงมีหนังสือสำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยม ใน SE-ED มาฝากกัน เผื่อนี่จะกลายเป็นองค์ความรู้ใหม่ที่ช่วยให้คุณกล้าก้าวขาลงสนามมากขึ้น

5 Steps เทรดหุ้น จากเริ่มต้น จนเทรดเป็น!

5 Steps เทรดหุ้น จากเริ่มต้น จนเทรดเป็น!
  • เป็นผลงานการเขียนของนักลงทุนรุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียง เนย-ธนพร เจียรนัยกุลวานิช เจ้าของเพจที่มีคนติดตามกว่า 2 แสนคน เป็นหนังสือที่แบ่งปันเรื่องหุ้นในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ชวนให้ติดตาม ภายในหนังสือก็จะเล่าเรื่องราวของการลงทุน 5 Step เริ่มตั้งแต่การซื้อหุ้น การเรียนรู้ การซื้อ การรักษา รวมไปถึงชี้แนะว่าควรซื้อเท่าไหร่ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถนำไปทำตามได้จริง
  • ผู้เขียน : ธนพร เจียรนัยกุลวานิช

Money Summary สรุปเรื่องเงินให้เข้าใจง่ายใน 1 เล่ม

Money Summary สรุปเรื่องเงินให้เข้าใจง่ายใน 1 เล่ม
  • เป็นหนังสือสำหรับมือใหม่ที่ไม่เคยมีพื้นฐานความรู้ด้านการเงินมาก่อน หรือมือเก่าที่ต้องสร้างองค์ความรู้เพิ่มเติมให้กับตัวเอง โดยเล่มนี้จะจะนำเสนอความรู้พื้นฐานทางด้านการเงินแบบรอบด้าน ทั้งยังนำมาใช้จัดการปัญหาการเงินได้ตลอดชีวิต
  • ผู้เขียน : จักรพงษ์ เมษพันธุ์, วิฑูรย์ สูงกิจบูลย์ (เซนเซแป๊ะ)

Money 101 : เริ่มต้นนับหนึ่งสู่ชีวิตการเงินอุดมสุข

Money 101 : เริ่มต้นนับหนึ่งสู่ชีวิตการเงินอุดมสุข
  • ในเล่มนี้จะบอกเล่าเรื่องราวของการเงินตั้งแต่เป้าหมาย การทำงบ การบริหาร การจัดสรรเงิน ไปจนถึงการเกษียณ เพื่อให้หนุ่มสาวได้พบอิสระทางการเงิน พร้อมแทรกประสบการณ์ของลูกศิษย์ผู้เขียนเอาไว้เพื่อให้หนังสือมีเนื้อหาที่เข้าถึงง่ายมากขึ้น
  • ผู้เขียน : จักรพงษ์ เมษพันธุ์

กองทุนรวม 101

กองทุนรวม 101
  • เป็นคู่มือการลงทุนที่ถูกรวบรวมหลักการเบื้องต้น ที่ไว้ใช้สำหรับการซื้อ-ขายกองทุนรวมที่คนทั่วไปควรทราบ พร้อมด้วยแนวคิดดี ๆ เกี่ยวกับการลงทุน การเตรียมความพร้อม การเลือกสรรกองทุนให้เหมาะกับตัวเอง รวมไปถึงเทคนิคการลงทุนที่ถูกต้อง เล่มนี้จึงเหมาะมากสำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่ยังไม่เคยผ่านสนามไหนมาก่อน
  • ผู้เขียน : ธนัฐ ศิริวรางกูร (หมอนัท คลีนิคกองทุน)

เข้าใจให้ลึกซึ้ง 3 เครื่องมือหลัก แท่งเทียน แนวรับ-แนวต้านเส้นแนวโน้ม

เข้าใจให้ลึกซึ้ง 3 เครื่องมือหลัก แท่งเทียน แนวรับ-แนวต้านเส้นแนวโน้ม
  • ผู้เขียนเปรียบการลงทุนเสมือนกับแท่งเทียน 1 เล่ม ที่นักลงทุนจะต้องเรียนรู้วิเคราะห์กราฟแท่งเทียน แนวโน้ม และการรับมือ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจถึงการวิเคราะห์ ราคา ให้เป็นไปตามแผนกลยุทธ์การซื้อขายที่ถูกต้อง
  • ผู้เขียน : Daddy Trader

ทั้งหมดนี้เป็น 5 อันดับหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนที่กำลังติดอันดับความนิยมของนักลงทุนทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ แต่ละเล่มก็จะมีทริคดี ๆ คอยแทรกอยู่ หากใครที่ยังไม่พร้อมเริ่มต้นเล่นเกมด้วยตัวเอง การหาองค์ความรู้มาประดับไว้ให้ขึ้นใจก็จะช่วยให้คุณเดาเกมได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

Categories
Uncategorized

ราคาทอง มีโอกาสอ่อนลง แต่ระยะยาวยังคงเป็นบวก

ราคาทอง ในอนาคตจะไปในทิศทางไหน

สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันที่หลากหลายประเทศทั่วโลกยังต้องพบเจอกับปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ไปจนถึงปัญหาเศรษฐกิจ โดยบริษัทวายแอลจีได้มีการเปิดเผยว่าราคาทองในช่วงตรุษจีน ยังคงพักฐานเหมาะเป็นโอกาสแก่การหาซื้อเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลตรุษจีนและวาเลนไทน์ นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่าราคาทองยังคงเพิ่มสูงมากขึ้นในระยะยาว

โดยนางนางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) ผู้นำเข้าและส่งออกทองคำแท่งรายใหญ่ของประเทศไทย ได้มีการเปิดเผยว่าในช่วงตรุษจีนถึงแม้ราคาทองคำจะไม่คึกคักเช่นปีที่ผ่าน ๆ มาเพราะยังไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญไปได้แต่การที่ราคาทองคงอยู่ในระดับต่ำนั้นสามารถสร้างความคึกคักในช่วงเทศกาลตรุษจีนได้เป็นอย่างดีทำให้ผู้คนสนใจหาซื้อทองเพื่อมอบเป็นของขวัญให้แก่คนพิเศษได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

แล้วราคาทองในช่วงนี้เริ่มมีแรงซื้อเพิ่มเข้ามามากขึ้นจากข่าวการกระตุ้นเศรษฐกิจของนายโจไบเดน ประธานาธิบดีประเทศสหรัฐอเมริกาจำนวน 1.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีการอ่อนค่าลงและมีเงินไหลเข้าสู่สินทรัพย์อื่นๆรวมถึงทองคำได้มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังมองว่าราคาทองคำและการเลือกซื้อทองคำถือเป็นทางเลือกระยะยาวในการกระจายความเสี่ยงและว่าในระยะสั้นอาจจะต้องมีการระมัดระวังสำหรับราคาทอง ในประเทศหากมีการปรับราคาลงมาในระดับราคา 25,000 บาทถึง 25,500 -25,600 บาทต่อบาท  ทองคำก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับงานเก็บสะสม

อ้างอิง : https://www.thairath.co.th/business/investment/stockexchange/2030995

Categories
Uncategorized

KTC เตรียมซื้อหุ้นในเคทีบี ลีสซิ่ง ลุยตลาดสินเชื่อ 2564

เคาะแล้ว KTC เตรียมซื้อหุ้นในเคทีบี ลีสซิ่ง

ในปัจจุบันหากพูดถึงตลาดธุรกิจสินเชื่อไปจนถึงผลิตภัณฑ์ธุรกรรมทางการเงินต่างๆ KTC ถือได้ว่าเป็นบริษัทใหญ่ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าหลากหลาย โดยล่าสุดได้มีการอนุมัติให้ KTC เข้าซื้อหุ้น เคทีบี ลีสซิ่ง ธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์สัดส่วน 75.0 5% จากธนาคารกรุงไทยด้วยมูลค่าลงทุน 5,904.396 ล้านบาท เตรียมพร้อมการขยายธุรกิจในอนาคต และสร้างโอกาสผู้นำธุรกิจสินเชื่อครบวงจร โดยจะมีการมติอนุมัติผู้ถือหุ้นภายในเดือนเมษายน 2564

KTC ได้มีการเปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้มีการอนุมัติให้บริษัทเข้าลงทุนในบริษัทกรุงไทยธุรกิจลิสซิ่งจำกัดหรือ เคทีบี ลีสซิ่ง ธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ในเครือธนาคารกรุงไทย ด้วยการซื้อหุ้นสามัญจำนวน 75,050,000 หุ้น คิดเป็น 75.0 5% ในขณะที่ธนาคารกรุงไทยยังคงถือหุ้นในสัดส่วน 24.95%

สำหรับเหตุผลในการเข้าซื้อ เคทีบี ลีสซิ่ง ครั้งนี้เนื่องจากเห็นว่าเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตมีสาขาบริการตั้งอยู่ในหัวเมืองหลักของภูมิภาคในประเทศไทยหลากหลายแห่ง และยังสามารถทำธุรกิจเช่าซื้อและลิสซิ่งได้ทุกประเทศจะช่วยเติมเต็มการสร้างโอกาสให้ KTC สามารถแตกไลน์ธุรกิจสินเชื่อให้มีความกว้างขวางและครอบคลุมรวมถึงครบวงจรได้มากยิ่งขึ้น และจะสามารถต่อยอดจากสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ KTC พี่เบิ้ม เพื่อทำธุรกรรมได้ครบวงจรโดย KTC จะมีการเริ่มทำธุรกิจสินเชื่อมีหลักประกันตั้งแต่ในช่วงปลายปี 2563 ที่ผ่านมา รายการลงทุนใน เคทีบี ลีสซิ่ง จะทำให้บริษัทได้ฐานลูกค้าเพิ่มมาอีกหนึ่งกลุ่มและพันธมิตรธุรกิจที่จะก่อให้เกิดผลึกกำลังสำคัญประกอบกับ จุดแข็งของ KTC ในการจัดการบริหารต้นทุนและบริหารคุณภาพพอร์ตลูกหนี้ โดยการนำเทคโนโลยีมาใช้ในระบบปฏิบัติการต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพไปจนถึงการมองศักยภาพของทีมบริหารบุคลากรและผู้แนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ที่จะช่วยพัฒนาองค์กรให้มีความแข็งแกร่งและยั่งยืนได้มากยิ่งขึ้นในระยะยาว

อ้างอิง KTC

Categories
Uncategorized

หุ้น OR เทรดวันแรกราคาปิดอยู่ที่ 29.25 บาท

หุ้นน้ำมัน OR ราคาพุ่งปิดวันแรกสูงถึง 29.25 บาท

ในปัจจุบันสถานการณ์การของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยยังเรียกได้ว่ามีความขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ไปจนถึงรูปแบบการลงทุนและการใช้จ่ายภายในประเทศ ซึ่งทางด้านบริษัทปตท. น้ำมันและการค้าปลีกจำกัดมหาชน หรือ หุ้น OR หุ้นที่มีการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันนี้เป็นวันแรกพบว่าราคาเปิดการซื้อขายอยู่ที่ 26.50 บาทและปรับขึ้น 47.2 เปอร์เซ็นต์ จากราคาจองซื้อที่ 18.00 บาทโดยราคาหุ้นสูงสุดอยู่ที่ 29.50 บาท และราคาต่ำสุดอยู่ที่ 22.10 บาท โดยปิดการซื้อขายที่ 29.95 บาทเพิ่มขึ้น 62.50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งน้ำมูลค่าการซื้อขายได้มากกว่า 47,360,571.72 ล้านบาท

ถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่สำหรับหุ้น OR และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยถือเป็นหุ้นที่มีการทำการจองซื้อหุ้นสูงที่สุดในตลาดหุ้นประเทศไทย ด้วยจำนวนกว่า 50 รายการหลังจากที่ได้ทำการซื้อขายเป็นวันแรกโดยการจดทะเบียนเข้าในตลาดหลักทรัพย์

นอกจากนี้ยังได้มีแผนที่จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปขยายเครือข่ายสถานีน้ำมันขยายธุรกิจสำหรับการตลาดพาณิชย์และลงทุนในคลังเก็บผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม รวมถึงศูนย์กระจายสินค้าขยายเครือข่ายร้านค้าปลีก และการลงทุนธุรกิจในต่างประเทศ รวมถึงจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อกิจการโออาร์และบริษัทย่อย ซึ่งการเข้ามาซื้อขายในตลาดหุ้นของโอเอจะช่วยรักษาสถานะความเป็นผู้นำและการดำเนินธุรกิจกลายเป็นแบรนด์ไทยชั้นนำระดับโลกในด้านการดำเนินธุรกิจน้ำมันและธุรกิจค้าปลีกรวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

Categories
Uncategorized

หุ้นไทยปี 64 ยังไปต่อได้ แม้เผชิญการระบาดของโควิด-19 รอบใหม่

ตลาดหุ้นไทยยังสามารถไปต่อได้แม้เผชิญโควิดรอบ 2

สถานการณ์ตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นโลกในปัจจุบัน เรียกได้ว่าหลากหลายประเทศยังต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ระลอกใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก รวมถึงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมัน เงินทุนหรือแม้แต่ราคาทองคำแท่งก็ตาม เนื่องจากวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ที่กระจายไปทั่วโลกทำให้ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงอย่างรุนแรงเรียกว่าอยู่ในจุดต่ำสุดในรอบ 11 ปี

ถึงแม้ว่าสถานะการตลาดหุ้นทั่วโลกในขณะนี้จะกลับดีดขึ้นมาเข้าสู่สถานการณ์ปกติ และเศรษฐกิจเริ่มมีการฟื้นตัวเพิ่มมากขึ้นแต่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ยังคงมีความรุนแรง ทำให้หลากหลายธุรกิจนั้นถึงขั้นล้มละลายแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ายังมีการสร้างโอกาสใหม่ๆ สำหรับธุรกิจอีกหลากหลายรูปแบบที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตรูปแบบ New Normal เพื่อรับสถานการณ์ covid-19 กันมากยิ่งขึ้น

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยในปี 2564 นี้ ผู้เชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์ได้มีการวิเคราะห์ตลาดหุ้นไทยในปี 2564 นี้ว่าควรจัดสรรเงินลงทุนในตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 50% เพราะว่าราคาหุ้นไทยนั้นยังมีราคาไม่สูงแต่ก็ยังมีโอกาสกลับมาปรับตัวเพิ่มมากขึ้นโดย 30% ควรนำไปจัดสรรลงทุนในหุ้นต่างประเทศโดยเน้นไปที่ธุรกิจ Mega Trend ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีต่างๆที่เน้นนวัตกรรมทางการแพทย์สมัยใหม่ และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตแบบ New Normal

เศรษฐกิจโลกเริ่มเข้าสู่สภาวะฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ ได้มีการปรับประมาณการเติบโตของ GDP โลกปี 64 ปรับขึ้นเป็น 5.2% ถือได้ว่าเป็นอัตราขยายตัวสูงสุดในรอบ 10 ปีและมีโอกาสปรับขึ้นอีกถ้าหากบริษัทยาต่างๆ ได้มีการผลิตยาต้านวัคซีน covid-19 ขึ้นมาได้มากขึ้นและเร็วมากยิ่งขึ้น โอกาสฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกก็จะดีขึ้นตามไปด้วย

แต่ก็ยังมีอีกหลายคำถามเนื่องจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดถือเป็นปัจจัยเสี่ยงในปี 2564 ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพราะว่าโอกาสการแพร่ระบาดในรอบ 3 รอบ 4 จะมีตามมาได้ในอนาคตและจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นขนาดไหน บวกกับวัคซีนต้าน covid จะมีความประสบความสำเร็จในการควบคุมการระบาดทั่วโลกได้มากน้อยหรือไม่ เนื่องจากเม็ดเงินจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นจะสามารถกระตุ้นกำลังซื้อของประชาชนในประเทศได้มากแค่ไหน รวมถึงแบงก์ชาติจะสามารถจัดการกับปัญหาค่าเงินบาทแข็งได้อย่างไร เพราะประเด็นเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นในประเทศไทยทั้งสิ้น

อ้างอิง https://www.thairath.co.th/business/investment/stockexchange/2005856

Categories
Uncategorized

ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นรับเม็ดเงินที่ไหลเข้าซื้อหุ้นขนาดใหญ่

ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าตลาดภูมิภาค

สำหรับตลาดหุ้นไทยในวันนี้ปิดที่ระดับ 1420.4 3จุด เพิ่มขึ้น 31.09 จุด โดยมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 105.036.78 ล้านบาท ช่วยนักวิเคราะห์ได้มีการเปิดเผยว่าตลาดหุ้นไทยได้มีการปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าตลาดภูมิภาคขานรับเม็ดเงินที่ไหลเข้ามาซื้อหุ้นขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง หลังมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทยยังไม่ได้ทำให้เงินบาทมีทิศทางอ่อนค่าลง ประกอบกับตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากความคืบหน้าของวัคซีนต้าน covid-19 ไปจนถึงตัวเลขส่งออกในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาของไทยที่ทำให้แนวโน้มทางปีนี้ทางด้านการส่งออกอาจมีการติดลบที่น้อยลง อีกทั้งดัชนียังมีโมเมนตัมดีดตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการซื้อขายหุ้นไทยวันนี้ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวก โดยดัชนีขึ้นระดับสูงที่สุดอยู่ที่ 1,422.43 จุด และระดับต่ำสุดที่ 1,395.58 จุด โดยทางด้านนายศราวุธ เตโชชวลิต ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย​)​ ได้มีการกล่าวว่าตลาดหุ้นไทยได้มีการปรับตัวได้ดีขึ้นกว่าภูมิภาคที่ราวๆ 1% โดยส่วนหนึ่งคาดการณ์ว่าได้รับแรงหนุนจากเงินทุนจากต่างชาติไหลเข้ามาซื้อหุ้นในไทยอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับนักลงทุนต่างชาติยังเข้าลงทุนในตลาดหุ้นที่วโลก รับปัจจัยบวกจากความคืบหน้าของการพัฒนาวัคซีนต้าน covid-19 พร้อมทั้งตัวเลขส่งออกในเดือนตุลาคมของไทยที่ออกมาอยู่ที่ -​6.71% จากที่ได้มีการคาดการณ์เอาไว้และประเมินว่าทั้งปี 63 ตัวเลขส่งออกของไทยอาจจะอยู่ในระดับ -​7% ซึ่งจากเดิมที่อาจมีการคาดการณ์ว่าอาจติดลบ 8 ถึง 10% เลยทีเดียว

อีกทั้งแนวโน้มการซื้อขายหุ้นในวันพรุ่งนี้คาดว่าดัชนีจะยังปรับตัวขึ้นได้จากเงินทุนที่ไหลเข้ามาและน่าจะยังมีการเก็งกำไรเข้ามาในช่วงที่มีการรอใช้วัคซีนใต้ covid-19 อีกด้วย อย่างไรก็ตามการที่ดัชนีดีดตัวขึ้นมาแรงก็อาจจะทำให้ภาพรวมแกว่งตัวผันผวนได้เช่นเดียวกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก : ภาวะตลาดหุ้นไทยปิดพุ่ง 31.09 จุด ดีกว่าภูมิภาคขานรับเงินไหลเข้าหนุนหุ้นใหญ่คึกคัก

Categories
Uncategorized

อัพเดตอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศ

อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศ

สวัสดีค่ะถึงแม้การเดินทางท่องเที่ยวยังต่างประเทศจะยังไม่สามารถเดินทางได้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ที่ส่งผลกระทบต่อหลากหลายด้าน อีกสิ่งที่ไหนคนให้ความสนใจในก็คือในส่วนของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศหลายประเทศในช่วงนี้มีอัตราการซื้อขายที่เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากค่าเงินบาทแข็งตัว

ซึ่งในวันนี้เราจะมาอัพเดทอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์ใช้ซื้อขาย ไม่ว่าจะเป็นอัตราซื้อหรืออัตราขาย โดยอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศระหว่างธนาคารจะอยู่ที่ 30.326 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ (ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย)

โดยมีอัตราการแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างๆดังนี้

ประเทศ             สกุลเงิน                 อัตราซื้อ     อัตราขาย

เม็กซิโก                   MXN                      1.4941    1.5102

แอฟริกาใต้             ZAR                        1.9569     1.9781

เกาหลีใต้                 KRW                      0.0271     0.0274

ไต้หวัน                    TWD                      1.0576     1.0691

คูเวต                       KWD                      98.6573   99.7250

ซาอุดีอาระเบีย       SAR                        8.0443     8.1314

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์           AED        8.2134     8.3023

พม่า                        MMK                     0.0231     0.0233

บังกลาเทศ             BDT                        0.3560     0.3599

สาธารณรัฐเช็ก      CZK                        1.3590     1.3737

กัมพูชา (ต่อ 100 เรียล)         KHR        0.7446     0.7526

เคนยา                    KES                         0.2759     0.2789

ลาว (ต่อ 100 กีบ)  LAK                        0.3251     0.3286

รัสเซีย                     RUB                       0.3957     0.4000

เวียดนาม (ต่อ 100 ดอง)       VND       0.1302     0.1316

อียิปต์                      EGP                        1.9339     1.9549

โปแลนด์                 PLN                        8.0197     8.1065

ศรีลังกา                  LKR                         0.1631     0.1648

อิรัก                         IQD                        0.0253     0.0255

บาห์เรน                  BHD                       80.0037   80.8695

โอมาน                    OMR                      78.3621   79.2101

จอร์แดน                  JOD                        42.5520   43.0126

กาตาร์                    QAR                       8.2842     8.3739

เนปาล                    NPR                       0.2539     0.2566

ปาปัวนิวกินี            PGK                       8.5983     8.6913

อิสราเอล                 ILS                          9.0125     9.1101

ฮังการี                     HUF                       0.0996     0.1007

ปากีสถาน              PKR                        0.1880     0.1901

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในอนาคตอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอาจจะมีการขึ้นลงขึ้นอยู่กับการแข็งค่าและการอ่อนตัวลงของค่าเงินบาท นอกจากนี้ก็มีค่าเงินของบางประเทศที่มีอัตราถูกลงเช่นเดียวกัน สำหรับใครที่เตรียมวางแผนสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศในนาคตหรือต้องการเลือกซื้อสินค้าที่ใช้จ่ายเป็นสกุลเงินต่างประเทศก็สามารถเลือกเช็คในส่วนของอัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบันได้ด้วยเช่นเดียวกัน

Categories
Uncategorized

ธนาคารแห่งประเทศไทย ดำเนินมาตรการ ป้องกันเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง

ธปท. เริ่มดำเนินมาตรการ ป้องกันเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง

สวัสดีค่ะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคปัจจุบันหลายคนหันมาสนใจในเรื่องของเศรษฐกิจของประเทศไทยมากยิ่งขึ้นเนื่องจากความเป็นอยู่และปัญหาปากท้องของประชาชน อีกทั้งเนื่องจากในช่วงต้นปีที่ผ่านมาหลากหลายประเทศทั่วโลกยังได้เผชิญหน้ากับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 เรียกได้ว่าส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและปัญหาต่างๆที่ตามมาอย่างมากมาย

ทำให้ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีความเห็นควรดำเนินการตามมาตรการป้องกันเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องหลังจากที่มีเงินทุนไหลเข้าจากการซื้อสุทธิในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทย โดยฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศธนาคารกรุงเทพได้มีการรายงานว่าสภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดเงินตราระหว่างประเทศ ระหว่างวันที่ 16-20 พฤศจิกายน 2553 ที่ผ่านมาค่าเงินบาทเปิดตลาดตั้งแต่เช้าวันจันทร์ (16 พ.ย.) อยู่ที่ 30.15-30.16 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อช่วงอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายนอยู่ที่ระดับ 30.17-30.18 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

อีกทั้งหน่วยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ท่ามกลางความวิตกกังวลในเรื่องของปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ที่ส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้เงินดอลลาร์ยังถูกกดดันหลังจากที่นายเจอโรม พาลเวล ประธานธนาคารกลางแห่งสหรัฐได้ออกมากล่าวถึงยอดผู้ติดเชื้อโควิดที่พุ่งขึ้นทั่วประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นการขัดขวางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เริ่มขึ้น

โดยค่าเงินบาทได้ปรับตัวอ่อนค่าหลังจากประชุมนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไท ยโดยคณะกรรมการนโยบายการเงินมีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ย นโยบายอยู่ที่ 0.50% ตามที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อีกทั้งธนาคารแห่งประเทศไทยยังได้ออกประกาศมาตรการเพื่อลดแรงกดดันต่อภาวะแข็งค่าของเงินบาทและการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างให้กับตลาดอัตราแลกเปลี่ยนไทย ที่จะช่วยให้เงินทุนสามารถเคลื่อนย้ายมีความสมดุลมากยิ่งขึ้น

โดยเปิดให้คนไทยสามารถฝากเงินตราต่างประเทศและโอนเงินระหว่างบัญชี FCD ของคนไทยได้เสรี เพื่อให้ผู้ส่งออกบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศและความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้คล่องตัวมากขึ้น พร้อมทั้งปรับกฎเกณฑ์และกระบวนการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศโดยเพิ่มวงเงินลงทุนให้นักลงทุนรายย่อยลงทุนโดยตรงได้ไม่เกิน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งอย่างไรต้องติดตามในส่วนของสถานการ์ณค่าเงินและอัตราแลกเปลี่ยนภายในประเทศกันต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก www.prachachat.net

Categories
Uncategorized

ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง อยู่ที่ 30.368 บาทต่อ 1 ดอลลาร์

อัตราค่าเงินบาทอัพเดตล่าสุด

สำหรับประเทศไทยในปัจจุบันเรียกว่าปัญหาเศรษฐกิจไปจนถึงปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ยังส่งผลกระทบอย่างหลากหลายภายในประเทศไม่ว่าจะเป็นในส่วนของอัตราเงินแลกเปลี่ยนไปจนถึงค่าเงินบาท ซึ่งในวันนี้ 19 พ.ย. 2563 ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงท่ามกลางการปรับ Position ของตลาดก่อนที่จะมีการชี้แจงในเรื่องของสถานการณ์ค่าเงินบาทและมาตรการการดูแลค่าเงินของธปท.

โดยทางด้านของนางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย กลุ่มงานวิจัย บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้มีการเปิดเผยว่าเงินบาทได้มีการอ่อนค่ามาปิดตลาดในประเทศที่ระดับ 3.42 บาทต่อดอลลาร์ จากระดับเปิดตลาดที่ระดับ 30.31 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งค่าเงินบาทอ่อนค่าลงท่ามกลางการปรับ Position ของตลาดโดยนักลงทุนต่างชาติกลับมามีสถานะขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยอยู่ที่ 982.59 ล้านบาทและ 8,223 ล้านบาทตามลำดับ อีกทั้งนอกจากนี้การอ่อน ค่าของสกุลเงินเอเชียในภาพรวมในปัจจุบันก็ถือได้ว่าเป็นปัจจัยลบต่อค่าเงินบาทด้วยเช่นเดียวกัน

ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนในวันนี้สำหรับค่าเงินบาทต่อเงินดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ 30.368 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตามในส่วนของค่าเงินบาทที่จะมีการอ่อนตัวลงหรือว่าแข็งตัวขึ้นนั้นก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และสภาพเศรษฐกิจไปจนถึงผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไปจนถึงอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศที่มีการปรับตัวขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันพรุ่งนี้คาดการณ์ไว้ที่ 30.00 -​ 30.50 บาทต่อดอลลาร์ อีกทั้งปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่องอยู่ที่มาตรการดูแลค่าเงินบาทของธปท. และสถานการณ์ covid-19 ที่จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหรือน้อยลงในหลายประเทศนั้นต้องรอติดตามกันต่อไป

ที่มา : bangkokbiznews

Categories
Uncategorized

หุ้น คืออะไร อยากเริ่มต้นเล่นหุ้นต้องทำยังไงบ้าง?

หุ้น รูปแบบการลงทุนที่นิยมในยุคปัจจุบัน

ในปัจจุบันหลายคนเริ่มหันมาสนใจในเรื่องของการลงทุนขึ้นเพื่อต่อยอดรายได้และความมั่นคงในอนาคตด้วยว่าการลงทุนในรูปแบบของหุ้นถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมไม่น้อยเลยทีเดียว หุ้นคือตาสารทุนที่บริษัทนั้นได้มีการออกเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไปเพื่อระดมทุนและนำเงินที่ได้ไปลงทุนในกิจการของบริษัทเมื่อเราลงทุนไปในบริษัทใดเราจะมีฐานะเป็นเจ้าของกิจการของบริษัทนั้นบริษัทดำเนินการไปได้ด้วยดีเราก็จะได้ผลกำไรตอบแทนแต่ถ้าหากบริษัทเกิดประสบปัญหาเราก็จะประสบปัญหากับการขาดทุนด้วยเช่นเดียวกันถือได้ว่าเป็นความเสี่ยงที่ได้รับจากการลงทุนในเรื่องของการเล่นหุ้น ที่หลายคนคงเคยได้ยินผ่านหูกันมาบ้าง

กำไรจากการเล่นหุ้นส่วนใหญ่ที่คนคาดหวังกำไรจาก 2 ทางคือในส่วนของเงินปันผลและส่วนต่างของราคาหุ้น โดยการเล่นหุ้นส่วนใหญ่นั้นคนส่วนใหญ่จะเล่นหุ้นเก็งกำไรหรือสำหรับการลงทุนในหุ้นระยะยาว

สำหรับผู้ที่เริ่มต้นในการเล่นหุ้นต้องเปิดบัญชีหุ้นโดยยื่นเอกสารสมัครได้ที่บริษัทหลักทรัพย์หรือที่นักลงทุนหรือที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่าโบรกเกอร์ซึ่งจะมีอยู่หลากหลายบริษัทให้เลือก หรือแม้แต่ใครที่มีบัญชีเงินเดือนอยู่ธนาคารไหนก็ตามก็สามารถเข้าไปสมัครที่ธนาคารสาขาต่างๆได้เช่นเดียวกัน และยังมีหลากหลายธนาคารที่ให้คุณสามารถสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ได้เช่นเดียวกัน

ขั้นตอนต่อมาหลังจากเลือกโบรกเกอร์แล้วการเปิดบัญชีซื้อขายหรือการเปิดบัญชีเล่นหุ้น ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ควรกระทำเป็นขั้นตอนต่อมา โดยการเปิดบัญชีมีลักษณะใกล้เคียงกับการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารทั่วไป บัญชีหุ้นจะมีอยู่หลากหลายรูปแบบเช่นเวลาซื้อขายให้สามารถตัดเงินจากบัญชีธนาคารเราได้โดยตรง หรือรูปแบบให้เราฝากเงินไว้ก่อนเป็นต้น สำหรับผู้ที่เริ่มลงทุนหรือเพิ่งเริ่มเล่นหุ้นโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีการแนะนำให้เปิดบัญชีเงินฝาก เนื่องจากบัญชีเงินฝากประเภทนี้จะให้เราสามารถฝากเงินเข้าไปเพื่อนำไปซื้อหุ้นโดยอยากซื้อหุ้นเท่าไหร่เราก็ฝากเท่านั้น

สำหรับการเลือกหาหุ้นตัวแรกที่จะซื้อนั้นผู้ซื้อควรเริ่มมองหาจากสิ่งใกล้ตัว เพื่อนั่งดูว่าธุรกิจของหรือกิจการของหุ้นตัวนี้นั้น ทำอะไรเราเคยใช้บริการหรือซื้อสินค้าหรือไม่และอยากเป็นเจ้าของหรือไม่ มองถึงกิจการว่ามีแนวโน้มที่จะเติบโตในอนาคตจะสามารถสร้างกำไรเพิ่มเติมได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ ในส่วนของบริษัทที่เราต้องการลงทุนเช่นประวัติธุรกิจวิธีการดำเนินงาน ไปจนถึงในส่วนของผลกำไรของบริษัทที่ได้รับในปีที่ผ่านๆ มา

อีกทั้งในยุคปัจจุบันเช่นนี้การซื้อขายหุ้นสามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านช่องทาง Application หลากหลายซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่มักจะใช้ Application ในการซื้อขายหุ้นในรูปแบบที่ต้องการในปัจจุบันถือว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวของใครหลายๆคน อีกทั้งยังถือได้ว่าเหมาะสำหรับแนวทางสำหรับผู้ที่ต้องการมองหาการลงทุนการเล่นหุ้นก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกควรต้องศึกษารูปแบบให้เข้าใจอีกทั้งรูปแบบการเรื่องหุ้นนั้นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก stockradars.news/2020/05/27/longruay-5step/